หน้าหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร ? 9 วิธีแก้ผิวหน้าหย่อนที่ได้ผลดีที่สุด

หน้าหย่อนคล้อย

ใครหลายคนคงเคยผ่านช่วงเวลานี้มาบ้าง ที่หันไปมองกระจกแล้วรู้สึกตกใจ เมื่อเห็นหน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก ไม่กระชับเหมือนเดิม เริ่มมีร่องรอยเกิดขึ้นบนใบหน้า ทำให้ดูเหนื่อยล้า ขาดความมั่นใจ และรู้สึกว่าตัวเองแก่กว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งปัญหาหน้าเหี่ยวย่นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นข้ามคืน แต่เป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นตามกาลเวลา ทำให้ใบหน้าที่เคยเต่งตึงกลับหย่อนคล้อย ไม่มีความกระชับเหมือนเดิม

การเลือกวิธีแก้หน้าหย่อนคล้อยที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย และคุ้มค่าการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้านเวลา งบประมาณ หรือความพยายามในการดูแลตัวเอง

ปัญหา ‘หน้าหย่อนคล้อย’ คืออะไร

 แก้มหย่อนคล้อย

‘หน้าหย่อนคล้อย’ หรือที่เรียกกันว่า หน้าเหี่ยวย่น เป็นภาวะที่ผิวหน้าสูญเสียความยืดหยุ่นและความเต่งตึง ทำให้ผิวหน้าดูคล้อยลง ไม่กระชับเหมือนเดิม อาการนี้มักจะเริ่มปรากฏชัดเจนเมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป และจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ

ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยจะส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ผิวหน้าไม่กระชับ แก้มตก คางซ้อน เปลือกตาหย่อน คิ้วตก และริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า ทั้งหมดนี้ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า แก่กว่าอายุจริง และอาจส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

สาระน่ารู้: ผิวหย่อนคล้อย ยกกระชับหน้า วิธีไหนดีที่สุด? 9 วิธีให้หน้ากลับมาเต่งตึง 

หน้าหย่อนคล้อย มีเหนียง ไม่กระชับ เกิดจากอะไร

สาเหตุหลักของปัญหาหน้าหย่อนคล้อย แก้มหย่อนคล้อย คือ กระบวนการชราภาพตามธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอิลาสติน (Elastin) น้อยลง ซึ่งสารทั้งสองนี้มีหน้าที่รักษาความยืดหยุ่นและความเต่งตึงของผิวหนัง เมื่อปริมาณลดลง ผิวหน้าจะเริ่มหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยมากขึ้นนั่นเอง 

นอกจากนี้ กล้ามเนื้อใบหน้าก็จะอ่อนแรงลงตามอายุ ทำให้ไม่สามารถพยุงผิวหน้าได้ดีเท่าเดิม รวมถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่เริ่มสูญเสียไป ทำให้ใบหน้าดูไม่อิ่มเอิบเหมือนเดิม

ปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผิวหน้าหย่อนคล้อย

นอกจากปัจจัยตามธรรมชาติแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ เกิดขึ้นเร็วขึ้น ได้แก่

  • การสูบบุหรี่ซึ่งทำลายคอลลาเจนและลดการไหลเวียนของเลือด 
  • การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำที่ทำให้ผิวขาดน้ำและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น 
  • การได้รับแสงแดดมากเกินไปโดยไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม ซึ่ง UV รังสีจะทำลายคอลลาเจนและอิลาสติน
  • การนอนหลับไม่เพียงพอหรือมีคุณภาพการนอนที่ไม่ดี ส่งผลต่อการซ่อมแซมผิวหนัง 
  • ความเครียดที่มากเกินไปจะส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนและการทำงานของผิวหนัง การขาดการออกกำลังกายทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่ดี
  • การดูแลผิวหน้าไม่เหมาะสม เช่น การล้างหน้าหรือถูหน้าแรงเกินไป การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว หรือการไม่ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ 
  • ปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้บางคนมีใบหน้าหย่อนคล้อยเร็วกว่าคนอื่น

หน้าหย่อนคล้อย ส่งผลกระทบอะไรบ้าง

ปัญหาหน้าเหี่ยวย่นไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะด้านความงามเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อหลายด้านของชีวิต ในด้านความงาม หน้าหย่อนคล้อยจะทำให้เกิดริ้วรอยต่าง ๆ เช่น ริ้วรอยรอบตา ริ้วรอยหน้าผาก ร่องแก้ม ร่องจมูกถึงปาก รวมถึงริ้วรอยบริเวณคอ

ใบหน้าจะดูหย่อนคล้อย ไม่กระชับ แก้มตก คางซ้อน เปลือกตาหย่อน คิ้วตก ทำให้ดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัย ผิวหน้าอาจดูหมองคล้ำ ไม่มีความอิ่มเอิบเหมือนเดิม และอาจมีจุดด่างดำเพิ่มมากขึ้น รวมถึงในด้านจิตใจ ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยอาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง รู้สึกแก่กว่าวัย ไม่อยากออกสังคมหรือถ่ายรูป อาจส่งผลต่อการทำงานและความสัมพันธ์กับผู้อื่น รวมถึงการที่ต้องใช้เวลาและเงินในการแต่งหน้าหรือปิดบังปัญหาต่าง ๆ มากขึ้น

นอกจากนี้ ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยยังอาจส่งผลต่อการแสดงออกทางสีหน้า เช่น การยิ้มหรือการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ อาจไม่ชัดเจนเท่าเดิม และทำให้การสื่อสารทางสีหน้าลดลง

แชร์ 9 วิธีแก้หน้าหย่อนคล้อย ช่วยให้ผิวกลับมาเฟิร์ม เต่งตึง ที่ได้ผลดีที่สุด

ในปัจจุบันมีวิธีการแก้ไขปัญหาหน้าเหี่ยวย่นหลากหลายวิธี ตั้งแต่วิธีธรรมชาติที่ทำเองได้ที่บ้าน ไปจนถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและความเหมาะสมแตกต่างกัน เราจะมาดูกันว่าแต่ละวิธีมีรายละเอียดอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง

1. นวดหน้ายกกระชับผิว

การนวดหน้าเป็นวิธีธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพในการช่วยยกกระชับผิวหน้า และแก้ผิวหย่อนคล้อย โดยการนวดจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง ทำให้ผิวหน้าได้รับออกซิเจนและสารอาหารมากขึ้น ส่งผลให้ผิวดูสดใสและกระชับขึ้น ควรทำอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้นิ้วมือนวดเป็นวงกลมเบา ๆ เริ่มจากหน้าผากลงมาที่แก้ม จมูก และคาง ควรใช้น้ำมันหรือครีมนวดเพื่อลดการเสียดสี และควรนวดประมาณ 10-15 นาทีต่อครั้ง

สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น การใช้เครื่องนวดหน้าจาก Parin จะช่วยให้การนวดมีผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น เราขอแนะนำรุ่น Parin RE-YOUTH และ Parin Re-Aging ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและการสร้างคอลลาเจนโดยเฉพาะ ด้วยระบบ EMS ที่ใช้กระแสไฟฟ้า EMS เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อ คลื่นไฟฟ้าอ่อน ๆ ทำให้เกิดการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ ช่วยให้ผิวหน้าเฟิร์ม กระดับ ริ้วรอยดูจางลง เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ สามารถควบคุมความแรงและความถี่ได้แม่นยำ และสามารถใช้ร่วมกับ serum หรือครีมบำรุงเพื่อช่วยให้ผิวหน้ากระชับไม่หย่อนคล้อย โดยไม่ต้องง้อคลินิก

ดูเครื่องนวดหน้าจาก Parin ทุกรุ่น: 8 เครื่องนวดหน้า ยกกระชับ ที่บ้านยี่ห้อไหนดี? หน้าเรียว เป๊ะทุกองศา

2. Hifu ยกกระชับผิว

Hifu (High-Intensity Focused Ultrasound) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ โดยส่งพลังงานไปยังชั้นผิวหนังลึก ๆ ช่วยยกกระชับหน้าหย่อนคล้อยและลดริ้วรอยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเหลือ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นได้ภายใน 2-3 เดือน และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเวลานานถึง 4-6 เดือน

หากคุณกำลังมองหาการทำ Hifu แบบประหยัด แต่ให้ผลลัพธ์ดีและปลอดภัย Parin Mini Hifu เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เครื่อง Mini Hifu ของเรามีขนาดเล็ก สามารถใช้เองที่บ้านได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปคลินิก ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แต่ยังคงได้ประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวที่ดี ด้วยเทคโนโลยี HIFU & RF Treatment ทำงานโดยส่งคลื่นไฟฟ้าความถี่สูงในช่วง 0.3-0.5 MHz เข้าไปในชั้นผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวตึงขึ้นและลดเลือนริ้วรอย และปรับความแรงได้ถึง 3 ระดับตามความต้องการ 

สามารถทำได้ทุกวันโดยไม่ทำลายผิวหน้า เมื่อทำอย่างสม่ำเสมอจะเห็นผลลัพธ์ได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ผิวจะกระชับ หน้าเรียวขึ้น แก้มไม่ย้อย ลดเลือนริ้วรอย ช่วยชะลอการเกิดปัญหาหน้าไม่กระชับ หย่อนคล้อย และรักษาผลลัพธ์ที่ได้ให้นานขึ้น 

ดูวิธีใช้ได้ที่: คู่มือวิธีใช้เครื่องนวดหน้า ที่บ้าน ที่ถูกต้องจาก Parin 

3. โยคะหน้า

โยคะหน้า (Face Yoga) คือ การออกกำลังกายสำหรับกล้ามเนื้อใบหน้าโดยเฉพาะ ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและสามารถพยุงผิวหน้าได้ดีขึ้น การทำโยคะหน้าอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดริ้วรอยและทำให้ใบหน้าดูกระชับขึ้น ท่าโยคะหน้าพื้นฐานที่ควรทำประจำ เช่น 

  • การยิงคิ้วขึ้นลงเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าผาก 
  • การทำปากเป็นรูปตัว O แล้วยิ้มกว้างเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อแก้ม 
  • การเป่าแก้มแล้วเคลื่อนไหวอากาศในปากจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อแก้มและรอบปาก

การทำโยคะหน้าควรทำอย่างสม่ำเสมอวันละ 10-15 นาที และควรทำเป็นประจำทุกวันเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ข้อดีของวิธีนี้คือไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทำได้ทุกที่ทุกเวลา และปลอดภัย 100%

4. ทาสกินแคร์ที่ช่วยยกกระชับผิว

การเลือกใช้สกินแคร์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยยกกระชับผิว เป็นวิธีที่สำคัญในการดูแลปัญหาหน้าหย่อนคล้อยส่วนผสมสำคัญที่ควรมีในครีมยกกระชับ ได้แก่ เรตินอล (Retinol) ที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน เปปไทด์ (Peptides) ที่ช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างโครงสร้างผิว วิตามิน C ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยสร้างคอลลาเจน กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและทำให้ผิวดูอิ่มเอิบ

การใช้ครีมยกกระชับควรทาเป็นประจำทุกเช้าและเย็น โดยเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมาณเมื่อผิวปรับตัวได้ ควรใช้ครีมกันแดดร่วมด้วยเสมอ เพราะส่วนผสมบางชนิดอาจทำให้ผิวแพ้แสงแดดได้

5. เติม Filler ยกกระชับผิว

ผิวหน้ากระชับไม่หย่อนคล้อย

การเติม Filler เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาหน้าหย่อนคล้อย มีริ้วรอย ที่ให้ผลลัพธ์ทันทีและชัดเจน โดยการฉีด Filler จะช่วยเติมเต็มริ้วรอยลึก เพิ่มปริมาตรให้กับส่วนที่หย่อนคล้อย และปรับรูปหน้าให้ดูกระชับขึ้น Filler ที่นิยมใช้มีหลายประเภท แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไทยคือ Hyaluronic Acid Filler เพราะมีความปลอดภัยและสามารถสลายได้หากไม่พอใจผลลัพธ์ 

ข้อดีของการเติม Filler คือได้ผลทันที ไม่ต้องผ่าตัด และสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ แต่ต้องทำซ้ำเป็นระยะ ๆ เพราะ Filler จะค่อย ๆ ถูกร่างกายดูดซับไป โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของ Filler

6. ฉีด Botox ยกกระชับผิว

Botox คือ การฉีดสารที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว ทำให้ริ้วรอยที่เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อลดลงหรือหายไป โดยเฉพาะริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ริ้วรอยรอบตา และริ้วรอยระหว่างคิ้ว นอกจากการลดริ้วรอยแล้ว Botox ยังสามารถใช้ในการยกกระชับใบหน้าหย่อนคล้อยได้ เช่น การฉีดที่บริเวณคิ้วเพื่อยกคิ้วให้สูงขึ้น การฉีดที่มุมปากเพื่อยกมุมปากให้ดูสดใส หรือการฉีดที่คอเพื่อลดรอยย่นและกระชับผิวคอ

ผลลัพธ์ของ Botox จะเริ่มเห็นได้ภายใน 3-7 วัน และจะให้ผลเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 2 โดยผลจะอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน การฉีด Botox ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

7. Oligio ยกกระชับผิว

Oligio คือ เทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ Monopolar Radiofrequency ในการส่งความร้อนไปยังชั้นผิวหนังลึก ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ทำให้ผิวหน้ากระชับขึ้นและลดริ้วรอยบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถปรับระดับความร้อนได้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ไม่เจ็บมาก ไม่ต้องพักฟื้นนาน และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ สามารถเห็นผลเบื้องต้นทันทีหลังทำ และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 3-6 เดือนถัดไป โดยทั่วไปจะต้องทำ 3-5 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

8. Thermage ยกกระชับผิว

Thermage คือ เทคโนโลยีที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency) ในการส่งความร้อนไปยังชั้นผิวหนังลึก ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่และกระชับโครงสร้างคอลลาเจนเดิมที่มีอยู่ ทำให้ผิวหน้ากระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ จุดเด่นของ Thermage คือสามารถให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเหลือ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที 

Thermage เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยระดับเบาถึงปานกลาง ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นได้ภายใน 2-3 เดือน และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 6 เดือนแรก การรักษาด้วย Thermage ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด

9. Ultraformer ยกกระชับผิว

แก้มหย่อนคล้อย

Ultraformer คือ เทคโนโลยี HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้การรักษายกกระชับผิวหน้าหย่อนคล้อยมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงส่งพลังงานไปยังจุดเป้าหมายในชั้นผิวหนังลึกอย่างแม่นยำ ทำให้สามารถปรับแต่งการรักษาได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับผิวหน้า ลดริ้วรอย หรือปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น

การรักษาด้วย Ultraformer จะให้ผลลัพธ์ทั้งแบบทันทีและแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยจะเห็นการกระชับทันทีหลังการรักษา และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 2-3 เดือนถัดไป เมื่อคอลลาเจนใหม่เริ่มสร้างตัวขึ้น ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี

อายุ 50 ทำหน้าแบบไหนดี

สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ปัญหาหน้าหน้าหย่อนคล้อย เหี่ยวย่น มักจะรุนแรงกว่าช่วงวัยก่อนหน้า เนื่องจากคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวลดลงอย่างมาก กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงลง และมีการสะสมของความเสียหายจากแสงแดดและสิ่งแวดล้อมตลอดหลายสิบปี

การเลือกวิธีรักษาในวัย 50+ จึงควรพิจารณาจากระดับความรุนแรงของปัญหาและงบประมาณ สำหรับปัญหาระดับเบา การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของเรตินอลและเปปไทด์ร่วมกับการนวดหน้าและโยคะหน้าอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยชะลอการเสื่อมสภาพและปรับปรุงผิวได้ระดับหนึ่ง

สำหรับปัญหาระดับปานกลางถึงรุนแรง วิธีทำให้หน้าเรียว กระชับ ด้วยการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เช่น Hifu, Thermage หรือ Ultraformer ที่สามารถกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่และยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถใช้เครื่อง Mini Hifu อย่าง Parin Mini Hifu ที่สามารถทำเองได้ทุกวันที่บ้านควบคู่กับการรักษา เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและคงทนมากขึ้น

เคล็ดลับการดูแลตัวเองหลังยกกระชับผิว ป้องกันปัญหาผิวหน้าหย่อน

การดูแลตัวเองหลังการรักษายกกระชับผิวหน้าหย่อนคล้อยก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและยาวนาน รวมถึงการป้องกันไม่ให้ปัญหาหน้าเหี่ยวย่นกลับมาเร็วเกินไป 

สิ่งที่ควรทำหลังการรักษา ได้แก่ 

  1. ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและการไหลเวียนดี 
  2. นอนหลับให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เพราะการซ่อมแซมผิวเกิดขึ้นมากที่สุดในขณะหลับ
  3. ใช้ครีมกันแดดทุกวันแม้จะอยู่ในร่ม เพราะแสง UV เป็นตัวการหลักที่ทำลายคอลลาเจนและเร่งการเสื่อมสภาพของผิว ควรเลือกครีมกันแดดที่มี SPF อย่างน้อย 30 PA ขึ้นไป และมีการป้องกันทั้ง UVA และ UVB
  4. การทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจน เช่น วิตามิน C, เรตินอล, เปปไทด์, และกรดไฮยาลูโรนิก อย่างสม่ำเสมอทั้งเช้าและเย็น 
  5. การออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดี และส่งผลดีต่อผิวพรรณโดยรวม
  6. การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ ปลา และถั่วต่าง ๆ เพื่อช่วยป้องกันการเสียหายของเซลล์ผิวหนัง 

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังการรักษา ได้แก่

  1. การสูบบุหรี่ที่จะทำลายคอลลาเจนและลดการไหลเวียนของเลือด การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปที่จะทำให้ผิวขาดน้ำและอักเสบได้ง่าย การได้รับแสงแดดโดยตรงโดยไม่มีการป้องกัน โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการรักษา
  2. การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น อาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารทอด หรืออาหารแปรรูปมาก ๆ ที่จะส่งผลเสียต่อผิวพรรณและการสร้างคอลลาเจน

เครื่องนวดหน้า Parin ตัวช่วยแก้หน้าหย่อนคล้อย บอกลาปัญหาผิวได้อย่างมั่นใจ

การดูแลผิวหน้าเพื่อป้องกันปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ เป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วหยุด การรวมวิธีการต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ตั้งแต่การใช้ครีมบำรุง การนวดหน้า การออกกำลังกาย ไปจนถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีทันสมัย จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและยาวนานที่สุด

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ และการรักษาความสม่ำเสมอ หากคุณลูกค้าต้องการเริ่มตั้งแต่วันนี้ ปรึกษาปัญหาผิวกับแอดมินหรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ช่องทางด้านล่างเลยค่ะ

Line: @parin_th

Facebook: Parin Thailand

Website: https://www.parinthailand.com 

Tel: 0991987805

0
Email when stock available We will inform you when the product arrives in stock. Please leave your valid email address below.